อาหารลดน้ำหนัก สูตรหมักหมู ให้อร่อย และไม่อ้วน

อาหารลดน้ำหนัก สูตรหมักหมู ให้อร่อย และไม่อ้วน สูตรหมูหมัก อร่อยไม่อ้วน! เนื้อหมูเป็นวัตถุดิบชั้นดีอย่างหนึ่งที่สำคัญในการประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด และยำ ก็ล้วนแต่ต้องใช้เนื้อหมูทั้งนั้น

แต่หลายครั้งที่บางท่านนำเนื้อหมูมาประกอบอาหารแล้วเนื้อหมูมีความเหนียวและแข็ง จนทำให้อาหารไม่อร่อยเท่าที่ควร สำหรับอาหารที่อร่อยและมีรสชาติที่ดีนั้น ควรมีเนื้อหมูที่นุ่ม เคี้ยวง่าย และไม่แข็ง เคล็ดลับที่ทำให้เนื้อหมูนุ่มนั้นก็คือการหมักนั่นเองค่ะ ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีที่คุณสามารถทำได้ไม่ยาก และวันนี้เราก็มีสูตรหมักหมูง่ายๆที่คุณก็ทำได้หลายเมนู แถมยังเป็นพื้นฐานที่ทำให้หมูอร่อยและประหยัดอีกด้วยค่ะ

เอาใจคนรักการทำอาหารด้วยสูตรหมักแบบหมูๆๆๆๆๆๆๆ
หมักเนื้อหมูด้วยไข่ไก่และนมสดชนิดจืด
โดยจะใช้เวลาในการหมัก ประมาณ 2 ชม. วิธีนี้จะให้ผลคล้ายๆกัน คือ เนื้อหมูจะนุ่มและดูชุ่มชื้น เหมาะกับการหมักเนื้อหมูส่วนที่ไม่มีไขมัน หรือมีมันน้อย เช่น เนื้อสันใน เวลาหมักจะใส่ซีอิ้วขาวหรือซอสปรุงรสลงไปด้วยก็ได้ เป็นการเพิ่มรสชาติให้หมูอร่อยยิ่งขึ้น จากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมงจะทำให้เนื้อหมู มีความนุ่ม และชุ่มชื้น ยิ่งใส่เครื่องเทศลงไป จะยิ่งทำให้รสชาติของเครื่องเทศ เข้าไปอยู่ในเนื้อหมูได้ดี เรียกได้ว่า วิธีนี้ค่อนข้างจะได้รับความนิยมจากผู้ที่ทำหมูปิ้งขายกันมากๆ เพราะนอกจากจะนุ่มแล้ว ยังมีกลิ่นหอมชวนให้ชิมอีกด้วยค่ะ

หมักเนื้อหมูด้วยสับปะรด โซดา ไวน์ และ เบียร์
วัตถุที่กล่าวมานี้มีฤทธิ์เป็นกรด เมื่อนำไปหมักเนื้อหมูจะทำให้โปรตีนในเนื้อเปื่อยยุ่ยและนุ่ม แต่ข้อห้ามคือ อย่าหมักนานจนเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อยุ่ยเละไม่น่าทาน ควรเลือกการหมักด้วยสูตรใดสูตรหนึ่งเพียงอย่างเดียวจะให้ได้ผลที่คล้ายกัน คือ เนื้อจะอ่อนนุ่มมาก แต่ไม่ชุ่มชื้น เหมาะสำหรับหมักกับเนื้อส่วนที่มีเส้นใยมากๆ และมีมันปนอยู่บ้าง เช่น เนื้อสะโพก จากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ15- 30 นาที รับรองว่าหมูนุ่มชัวร์

หมักเนื้อหมูด้วยน้ำมันงา น้ำมันหอย เกลือ พริกไทยป่น ซีอิ้วขาว
วิธีนี้ก็ทำให้นุ่มน่ากินมากขึ้น ซอสปรุงรสต่างๆ เรียกได้ว่าแม่บ้านหลายๆบ้านก็ยังใช้ซอสปรุงรสในการหมักหมูอยู่ ซอสปรุงรสเหล่านี้จะช่วยให้มีกลิ่นและรสชาติเพิ่มขึ้น และยังทำให้เนื้อหมูของเรานุ่มหวานอร่อยอีกด้วย เมื่อทำการหมักแล้วจากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นยิ่งดี ก่อนที่จะเอาไปประกอบอาหารสัก 15 นาที

หมักเนื้อหมูด้วยเบกกิ้งโซดา หรือผงฟู
สารเหล่านี้มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ ก่อนจะหมักหมูด้วยเครื่องปรุงรสต่างๆ ก็โรยเบกกิ้งโซดาหรือผงฟูลงไปเล็กน้อย ใส่แค่นิดเดียวพอนะค่ะ แค่ปลายๆช้อนชาก็พอต่อเนื้อหมู 1 กก. ใช้เวลาในการหมัก 1-2 ชม. (หมักแล้วใส่ตู้เย็นไว้) เหมาะสำหรับหมักหมูแล้วนำไปทำแกงเขียวหวานมากๆ รับรองว่านุ่มแน่นอน วิธีนี้เมื่อหมักแล้วจะทำให้เนื้อหมูมีความนุ่ม แต่ไม่ชุ่มชื้นต้องระวังถ้าใส่เยอะเกินกลิ่นของสารเคมีมันจะโดดเกินไปทำให้ไม่อร่อย

หมักเนื้อหมูด้วยแป้งมันสำปะหลัง หรือแป้งข้าวโพด
แป้งก็สามารถทำให้หมูนุ่มเด้งดึ๋
ได้เช่นกัน ดูอย่างหมูในราดหน้าสินุ่มมากไม่แข็งกระด้าง เพราะเค้าใช้แป้งมันเพียง 1 ช้อนโต๊ะ ต่อเนื้อหมู 1 กก วิธีนี้ เป็นที่นิยมกันมาก เพราะแทบจะทุกครัว มีแป้งมันกันอยู่แล้ว ใช้เวลาในการหมักแค่ 2 ชม. (หมักแล้วใส่ตู้เย็นไว้) หรือข้ามคืนได้ยิ่งดี ความนุ่มของเนื้อสัตว์ขึ้นอยู่กะระยะเวลาในการหมักและความหนาของเนื้อสัตว์วิธีนี้เมื่อหมักแล้วจะทำให้เนื้อหมูนุ่มชัวร์ค่ะ

สูตรหมูหมัก

หมักหมูให้นุ่มด้วย หอมใหญ่
อีกหนึ่งวิธีที่บางคนอาจจะยังไม่เคยลองวิธีนี้ นั่นก็คือการหมักด้วยหอมใหญ่ โดยเริ่มจากการสับหอมใหญ่ให้ละเอียด เพราะหอมใหญ่ดิบจะมีเอนไซม์ที่จะช่วยทำให้เนื้อหมูนิ่มขึ้น แต่ก็ต้องใช้เวลาในการหมักเป็นชั่วโมง วิธีนี้อาจจะต้องรอเวลานิดหนึ่ง ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับเนื้อหมูสไลด์เป็นบางๆ มากกว่าเนื้อหมูชิ้นใหญ่ค่ะ

แล้วทั้งหมดนี้ก็เป็นสูตรหมักหมูแบบหมูๆๆๆ ที่นำมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ เอาเป็นว่าใครถนัดหรือสะดวกวิธีไหนก็ลองนำไปทำดูนะคะ แต่สำหรับสิ่งสำคัญกว่าการหมัก นั่นก็คือการเลือกซื้อเนื้อหมู จะต้องมีความสดใหม่ ไม่เหม็นคาวและล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปปรุงอาหาร เชื่อว่าถ้าวัตถุดิบดี มีคุณภาพ ความอร่อยของอาหารนั้นๆ ก็มาเกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ ที่เหลือก็แค่เทคนิคการทำ และการปรุงรสก็เท่านั้นเองค่ะ ^^